สมัครบัตรเครดิต

บัตรเครดิต

Who's Online?

Member: 0
Visitor: 1

Announce

rss Syndication

Mar/24/2012 

ธปท.เผยทุกธนาคารมีแผนเพิ่มทุนในปีนี้



ธปท.เผยธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่งของไทยมีแผนจะเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น

นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยถึงแผนการทำธุรกิจในปีนี้ของธนาคารพาณิชย์ ทุกธนาคารมีแผนจะเพิ่มทุนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ต้อกงารเพิ่มทุนเพราะมีทุนต่ำกว่าเกณฑ์เงินกองทุนที่ธปท.กำหนด 8.5% แต่เป็นการเพิ่มทุนเพื่อทำให้ฐานะของธนาคารมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และส่วนหนึ่งเป็นการเตรียมทุนไว้รองรับการขยายธุรกิจ การขยายสินเชื่อในปีนี้ ที่มีแนวโน้มว่าจะโตได้ดีตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ธปท.มีการคาดการณ์ไว้ ว่าน่าจะโตที่ระดับ 5.7% จากเดิมที่เคยมองไว้ที่ 4.9%

ในการมาพูดคุยกับธปท.ทุกแบงก์ที่เข้ามาคุยก็มีการพูดคุยถึงแผนการเพิ่ม ทุนทั้งนั้น เพราะส่วนใหญ่อยากมีทุนเกินเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้ดูว่ามีความเข้มแข็ง และรองรับการขยายตัวของสินเชื่อ และมีให้เพียงพอรองรับวิกฤตวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ซึ่งปกติการตรวจสอบในแต่ละปี หรือเมื่อมีวิกฤต มีข้อมูลทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขต่างๆกัน ที่อาจจะมากระทบฐานะหรือเสถียรภาพของสถาบันการเงิน เราก็จะทำแบบทดสอบภาวะวิกฤต(Stress test)ทุนของแบงก์ด้วย ว่าจะเพียงพอรับวิกฤตหรือไม่ เช่น เกณฑ์อย่ที่ 8.5% แต่แบงก์อยากมีทุนอยู่ 12% แบงก์ก็ต้องเผื่อไว้สัก 15% เพราะทำ Stress test แล้ว ทุนอาจจะลดเหลือ 12% ต้องมีเผื่อไว้ และทุกแบงก์ก็มีไว้เผื่ออยู่แล้ว ไม่น่าห่วงเรื่องฐานะนายเกริกล่าว

นายเกิรก กล่าวว่า ในการเพิ่มทุนของธนาคารไม่จำเป็นว่าต้องฐานะแย่แล้วจึงเพิ่มทุน เพราะตามหลักถ้าธุรกิจหรือสินเชื่อขยายตัวได้ดี อย่างปี 2554 ที่ผ่านมาสินเชื่อทั้งระบบขยายตัวเฉี่ยสูงถึง 15% ซึ่งการที่สินเชื่อโตได้ดีก็ย่อมทำให้เงินกองทุนที่อยู่ลดลงโดยอัตโนมัติ จึงเป็นเรื่องปกติที่ทุกธนาคารต้องเตรียมเงินทุนกันไว้ให้เพียงพอการทำ ธุรกิจจะได้ไม่สะดุด  และเท่าที่ประเมินเบื้องต้นคาดว่าสินเชื่อปีนี้น่าจะขยายตัวประมาณ 1 เท่ากว่าๆ ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) หรือ ประมาณ 6-7% แต่การขยายตัวจริงๆอาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ธนาคารและประเภทสินเชื่อ

ทั้งนี้ ในรายงานแผนการเพิ่มทุนและแผนการทำธุรกิจมาที่ธปท.เป็นเรื่องปกติที่ธนาคาร พาณิชย์ทุกแห่งต้องทำทุกปี อย่างไรก็ตามการ เพิ่มทุนจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ธนาคาร เช่น อาจนำกำไรมาเพิ่มทุนโดยตรง เพิ่มทุนในเงินกองทุนขั้นที่ 1 (เทียร์ 1) หรือเพิ่มทุนผ่านเงินกองทุนขั้นที่ 2 (เทียร์ 2) เป็นต้น

รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข่าว่าธนาคารกรุงไทย(KTB) จะขอเพิ่มทุนมาที่ธปท.เพราะจะนำเงินไปซื้อหุ้นในส่วนของบริษัทบัตรกรุง ไทย(KTC) นั้น ไม่มีการขอมาหรือรายงานเรื่องนี้มาที่ธปท.แต่อย่างใด เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องการขอเพิ่มทุนซื้อหุ้นบัตรเครดิตเลย แต่มีการพูดถึงการเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจมีเป็นปกติทุกปี แต่ไม่ใช่ธนาคารกรุงไทยมีปัญหาฐานะ แต่เป็นการขอเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจตามปกติส่วนเรื่องที่ธนาคารกรุงไทยจะมี การออกหุ้นกู้ ก็ไม่มีการขอมาที่ธปท.เช่นกัน รวมถึงเรื่องที่จะมีการขอเก็ฐค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดเกิน 1 แสนบาทที่หน้าเค้าท์เตอร์สาขาธนาคารก็ไม่มีการขอเข้ามาเช่นกัน

peoplecredit · 14 views · 0 comments

Mar/17/2012 

KTCปิด11สาขา กสิกรตั้งเป้ารุก สินเชื่อรายใหญ่

นางณัฐชนัญ เก่งลือชา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานช่องทางจัดจำหน่าย บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปิดให้บริการ "เคทีซี ทัช" ในปีนี้ 11 แห่ง ภายในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ จากเดิมที่มี 36 แห่ง โดยจะปิดสาขาที่มีปริมาณธุรกรรมไม่มากนัก หรือเป็นสาขาที่อยู่ใกล้เคียงสาขาของธนาคารกรุงไทย เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน
ซึ่งลูกค้าสามารถชำระค่าบัตรเครดิตผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว แต่หากเป็นกรณีชำระค่าบริการด้านสินเชื่อจะเสียค่าธรรมเนียม 15 บาท ส่วนการชำระค่าบริการผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสจะเสียค่าธรรมเนียม 15 บาทต่อธุรกรรม
สาขาที่จะปิด ได้แก่ สาขาสีลมคอมเพล็กซ์, กฟผ.บางกรวย, ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ, สาขาวงศ์สว่างทาวน์ เซ็นเตอร์, พาราไดซ์ พาร์ค, ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, โลตัส รังสิต-นครนายก, บิ๊กซี สุวินทวงศ์, บิ๊กซี ศรีนครินทร์, โลตัส นครปฐม และเดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในปี 2555 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรายใหญ่เติบโต 8-9% หรือเพิ่มขึ้น 30,000-40,000 ล้านบาท ภายใต้เศรษฐกิจขยายตัวประมาณ 5% โดยคาดว่าจะเป็นสินเชื่อด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้า 15,000-20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 1,020,000 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูล   thaipost.net  ลงวันที่ 17/03/2012  by CreditOnHand

peoplecredit · 15 views · 0 comments

Mar/10/2012 

เคทีซีชูแผนบุกตลาดบัตรรูดปรื๊ด งัดกลยุทธ์คืนเงิน5%กระตุ้นยอด

"เคทีซี" เปิดแผนตลาดปีนี้เน้นกระตุ้นลูกค้ารูดปรื๊ดบัตรเครดิตเพิ่ม 1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนบัตรใหม่ตั้งเป้าเพิ่ม 1 แสนใบ ประเดิมต้นปีส่งแคมเปญคืนเงินสดสูง 5% ช็อปผ่าน 2 กลุ่มฮอต "เติมน้ำมัน-ช็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต" หวังกระตุ้นยอดรูดเพิ่มเดือนละ 15%


นาย วรวุฒิ นิสภกุลธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจบัตรเครดิต บมจ.บัตรเคดิตกรุงไทย (KTC) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าบัตรเครดิตใหม่เพิ่มอีกจำนวน 1 แสนใบ จากปัจจุบันที่มีฐานบัตร 1.6 ล้านใบ รวมเป็นจำนวนลูกค้า 1.1 ล้านราย

สา เหตุที่เคทีซีตั้งเป้ายอดบัตรเครดิตใหม่มีการเติบโตค่อนข้างจะต่ำกว่าเมื่อ เทียบกับธนาคารอื่น ๆ ที่ตั้งเป้าเพิ่มบัตรเครดิตใหม่เติบโตอัตราสูงนั้น เนื่องจาก ปีนี้เคทีซีจะเน้นเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่าน บัตรเครดิตมากกว่าการเพิ่มจำนวนบัตรใหม่ เพราะผลตอบแทนขึ้นอยู่กับยอด ใช้จ่ายผ่านบัตรของลูกค้า โดยเป้าหมายยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเพิ่ม 10% หรือ 1.1 หมื่นล้านบาท จากปี
ที่มียอดใช้จ่ายประมาณกว่า 1.1 แสนล้านบาท

โดยต้นปีนี้จะประเดิมแคมเปญ "สบายใจทุกการใช้จ่าย เคทีซีให้เงินคืนสูงสุด 5%" จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรหมวดน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บางจาก และหมวดซูเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และเทสโก้ โลตัส โดยแคมเปญนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 พ.ค.นี้ หลังจากหมดแคมเปญนี้จะมีการประเมินผลตอบรับประสบความสำเร็จเพียงใดด้วย เพื่อจะพิจารณาว่าจะต่ออายุแคมเปญนี้หรือไม่

นายวรวุฒิ คาดว่า แคมเปญนี้จะเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็น 5,800 บาท/บัตร/เดือน จากปีก่อนเฉลี่ยที่ 5,200 บาท/บัตร/ เดือน หรือเติบโตอย่างน้อย 15% อีกทั้งวางเป้าหมายบัตรเครดิตที่มีรายการใช้จ่ายสม่ำเสมอ (active) เป็น 70% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 65%

ทั้งนี้ ในปีที่แล้วหมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ได้แก่ หมวดปั๊มน้ำมัน รองลงมา ซูเปอร์ มาร์เก็ต ซึ่งทั้ง 2 หมวดนี้มีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงถึง 25% ของพอร์ตการใช้จ่ายรวมที่อยู่ 2.5 พันล้านบาทต่อเดือน บริษัทจึงได้นำมาใช้ทำการตลาดในปีนี้ หลังจากที่ชะลอ ทำแคมเปญคืนเงินสูงแบบนี้มานาน 2 ปี

นายวรวุฒิกล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้ยอด ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรโต 40% จากเดือน พ.ย. 54 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม และคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือน ม.ค.55 เติบโต 20% จากเดือน ธ.ค.54

และคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเข้าสู่ ระดับปกติในเดือน มี.ค. 55 จากเดือน ม.ค.-ก.พ.ที่เป็นช่วงพักฐาน อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ยอดการใช้จ่ายในปีนี้จะเติบโตทุกหมวดธุรกิจ

 ขอบคุณที่มา  prachachat.net  ลงวันที่ 10/03/2012  by CreditOnHand

 

peoplecredit · 11 views · 0 comments

Feb/11/2012 

เคทีซีจับมือ 3 ยักษ์เครือข่ายบัตรเครดิต เพิ่มความปลอดภัยสมาชิกบัตรซื้อสินค้าออนไลน์ ชว

นายปิยศักดิ์ เตชะเสน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางจัดจำหน่าย เคทีซีหรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เคทีซีได้ร่วมกับ 3 เครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลก ได้แก่ วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล มาสเตอร์การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล และเจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล พัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัย “Secured e-pay” สำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อสร้างความ อุ่นใจให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภทกว่า 1.72 ล้านบัตร โดยสามารถสมัครใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เว็บไซต์ หรือลงทะเบียนขณะทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์ (ในกรณีที่ยังไม่เคยลงทะเบียนสมัครใช้บริการ Secured e-pay มาก่อน)

จากนั้นระบบจะให้สมาชิกผู้ถือบัตรกำหนดรหัสและข้อความส่วนตัวเพื่อยืนยันตัว ตน ด้วยกลไกป้องกันข้อมูลถึง 2 ขั้นตอน คือ ระบบการเรียกถามรหัสผ่าน (Password) ซึ่งสมาชิกเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง จาก Verified by VISA (VbV) ของวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล และ MasterCard SecureCode (MCSC) ของมาสเตอร์การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล และ J/Secure ของเจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล และข้อความส่วนตัว (PAM: Personal Assurance Message) เพื่อใช้ยืนยันทุกครั้งที่มีการซื้อสินค้าหรือบริการ โดยจะปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ในขณะที่ทำรายการ เพื่อให้แน่ใจว่ากำลังทำรายการผ่านเว็บไซต์ของร้านค้า e-Commerce ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล มาสเตอร์การ์ด อินเตอร์เนชั่นแนล และเจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล

นอกจากนี้ ในการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในระบบออนไลน์ จะดำเนินการในรูปแบบการเข้ารหัสข้อมูลตามมาตรฐานของ SSL 128 Bit ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลอื่นลักลอบใช้หมายเลขบัตรเครดิตของสมาชิกในการทำ รายการทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone โทรศัพท์ 0-2665-5000 หรือ www.ktc.co.th

 

ขอขอบคุณที่มา  : matichononline  ลงวันที่  11-02-2012  by CreditOnHand

 

peoplecredit · 7 views · 0 comments

Feb/04/2012 

ลีสซิ่งกสิกรฯตั้งเป้าปล่อยกู้6หมื่นล.ปี55



ลีสซิ่งกสิกรไทยเชื่อตลาดรถยนต์ฟื้นตัวไตรมาสแรก

พร้อมรับแรงหนุนจากมาตรการรถยนต์คันแรก ฟุ้งก้าวสู่ปี 55 อย่างมั่นคง ประกาศปล่อยกู้สินเชื่อรถยนต์ใหม่ 6 หมื่นล้านบาท
โต
28%

คุณอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า

แม้ว่าสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 54 ที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศลดลงกว่า
40% แต่อย่างไรก็ดี จากทิศทางสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นของอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยในช่วงปลายปี
54 นั้นก็คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องมายังทิศทางอุตสาหกรรมในช่วงปี
55 ด้วย โดยเฉพาะในส่วนของกำลังการผลิตที่จะค่อย ๆ
ปรับเพิ่มสูงขึ้นนี้ สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศของไทยปีนี้นั้น น่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ภายในไตรมาสแรก

ด้านคุณอัครนันท์
ฐิตสิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย
 จำกัด กล่าวว่า ในปี 54
ที่ผ่านมา บริษัท ฯ มียอดปล่อยสินเชื่อรวมที่ 53,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 53 ถึง 28 % โดยในจำนวนนี้เป็นยอดสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่ง (Hire Purchase) จำนวน 31,927 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 %

ส่วนยอดสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์

(Floorplan) ของลีสซิ่งกสิกรไทยในปี 54 อยู่ที่ 21,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 52 % สำหรับยอดสินเชื่อคงค้างในระบบ(Outstanding
Loan) ณ ปัจจุบัน มีมูลค่ากว่า 63,832 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
18 % โดยเป็นสินเชื่อที่ไม่เกิดให้ก่อรายได้
(
NPL) อยู่ที่เพียง 1.04 % ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก
ส่วนผลกำไรสุทธิมี
471 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรในปี 2553

สำหลับแผนการดำเนินงานในปี

55 นี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง โดยได้ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่รวม
59,908 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัท ฯ มียอดสินเชื่อรวมอยู่ที่
82,213 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.79% 

พร้อมตั้งเป้าผลกำไรที่

574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.44% และเอ็นพีแอลลดเหลือ 
0.92% พร้อมคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมปี 2555 น่าจะทะลุถึง 1.1 ล้านคัน เนื่องจากปัจจัยบวกด้านมาตรการของภาครัฐ
ซึ่งได้แก่ นโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ซึ่งได้ขยายสิทธิครอบคลุมถึงกลุ่มผู้ซื้อที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
และการผ่อนผันให้สามารถนำเข้ารถยนต์ใหม่ทั้งคัน โดยใช้ฐานภาษีเช่นเดียวกับการผลิตในประเทศ
ประกอบกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆในตลาดยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

ขอขอบคุณที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์    ลงวันที่ 4-02-2012   by CreditOnHand

peoplecredit · 8 views · 0 comments

1, 2, 3, 4  Next page